admin5

Call 026933969, อีเมล์ admin5@hotmail.com

ยาสีฟัน แลงลีเจ โฮล์ว – เอฟเฟคท์

ยาสีฟัน แลงลีเจ โฮล์ว – เอฟเฟคท์
加入时间:2009-11-19 目前查看次数:749次
 
 
                  
 
 
ยาสีฟัน แลงลีเจ โฮล์ว – เอฟเฟคท์   (LANG LI JIE Whole-effect)

ลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์
      ยาสีฟัน แลงลีเจ (LANG LI JIE) สูตรประสิทธิภาพรวม มีส่วนผสมของสารฟลูออไรด์ และสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ได้แก่ ไบคาลิน (baicalin) โคลฟว์ (clove) และสมุนไพรอื่น ๆ อีกหลายชนิด ซึ่งมีผลต่อการแก้อาการอักเสบ เลือดออกตามไรฟัน ปวดฟัน และป้องกันฟันผุ โดยเฉพาะสารโซเดียมไฟเตต (Sodium phytate) มีประสิทธิภาพในการลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัค ช่วยให้เหงือกและฟันมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากคราบพลัค ช่วยให้ฟันขาวสะอาด ยาสีฟัน แลงลีเจ โฮล์ว เอฟเฟคท์ เลือกใช้ผงซิลิคอนคุณภาพสูงที่นำเข้า สามารถขจัดคราบบนผิวฟันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ทำลายเคลือบฟันที่มีอยู่ มินท์ธรรมชาติช่วยให้ลมหายใจสดชื่น ช่วยให้ปากเย็นสบาย
      การเพิ่มสารสกัดจากไบคาลิน โคลฟว์ และสมุนไพรธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านแบคทีเรีย ตามสูตรการรักษาอนามัยในช่องปากแบบดั้งเดิมของการแพทย์จีน มีประสิทธิภาพเด่นชัดและปลอดภัย จากการทดลองทางคลินิกของโรงพยาบาลใหญ่ 6 แห่งในประเทศจีนยืนยันว่า โคลฟท์และไบคาลินมีคุณสมบัติป้องกันเหงือกอักเสบ บริเวณปลายรากฟันอักเสบ เลือดออกตามไรฟัน ฟันผุ กลิ่นปาก แผลในปาก เยื่อผนังช่องปากเป็นแผล อาการเสียวฟันและโรคเกี่ยวกับช่องปากอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์ได้เลือกใช้ผงขัดซิลิกอนคุณภาพสูงที่นำเข้า ไม่มีผลต่อการทำลายเคลือบฟัน และสามารถป้องกันอาการเสียวฟัน การเพิ่มโซเดียมไฟเตต สามารถขจัดคราบพลัคอย่างได้ผล ช่วยให้ฟันขาวสะอาด การผสมสารฟลูออไรด์ มีผลต่อการป้องกันฟันผุและอาการเสียวฟัน เสริมสุขภาพฟันให้แข็งแรง ส่วนมินท์ธรรมชาติมีผลต่อการขจัดกลิ่นปาก ช่วยให้ลมหายใจสดชื่น ยาสีฟันแลงลีเจ โฮล์ว-เอฟเฟคท์ ช่วยดูแลสุขอนามัยของเหงือกและฟันให้แข็งแรง ช่วยให้ท่านมีสุขภาพฟันที่ดี และช่วยให้ท่านเพิ่มความมั่นใจในการยิ้มทุกครั้ง
สาระน่ารู้เกี่ยวกับส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสารสกัดจากพืชสมุนไพรธรรมชาติหลายชนิดดังนี้
            ไบคาลิน (Baicalin) รสขม ลักษณะเย็น มีคุณสมบัติในการถอนพิษร้อนและขจัดพิษ จากการทดลองทางคลินิกของโรงพยาบาลใหญ่ 6 แห่ง ในประเทศจีน พิสูจน์ให้เห็นว่า ไบคาลินมีผลต่อการแก้ภาวะร้อนในและขจัดพิษ แก้อาการอักเสบ ยับยั้งอาการเลือดออก และมีสรรพคุณในการต่อต้านแบคทีเรีย
            โคลฟท์ (clove) มีชื่อเรียกภาษาจีนว่า ติงเซียง ติงจื่อเซียง หรือจีเสอเซียง ภาษาไทยเรียกว่า กานพลู มีรสเผ็ด ลักษณะอุ่น มีผลโดยตรงต่อม้าม กระเพาะ ปอด และไต ในสมัยราชวงศ์ฮั่นเมื่อสองพันกว่าปีก่อนมีการบันทึกเรื่องการใช้โคลฟท์ หรือติงเซียง ในการขจัดกลิ่นปาก ในสมัยราชวงศ์ซ่ง มีหนังสือเรื่อง “เมิ่งซีปี่ถาน” (หนังสือที่รวบรวมสาระความรู้ด้านสังคมและวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการแพทย์) เขียนโดยเสิ่นคั่ว บันทึกไว้ว่ามีขุนนางระดับสูงผู้หนึ่ง รู้ตัวว่าตนเองมีกลิ่นปาก จึงเคี้ยวอมใบติงเซี่ยงไว้ในปาก เวลาพูดจะส่งกลิ่นหอมออกจากปาก จึงเห็นได้ว่า คนจีนรู้จักใช้ใบติงเซียงระงับกลิ่นปากมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ต่อมาในติงเซียง จึงถูกเรียกว่า “หมากฝรั่งสมัยโบราณ” การวิจัยทางการแพทย์พบว่า ดอกตูมของต้นโคลฟท์ (ติงเซียง) อุดมด้วยน้ำมันโคลฟท์ ซึ่งเป็นน้ำมันระเหย ประกอบด้วยยิวจีนอล (eugenol) อะเซททิวจินอล (aceteugenol) เมทีล ซาลิซิเลท (metyl salicylate) และเบซอลดิไฮด์ (bezaldehyde) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลัก และสารสังเคราะห์ของไตรเทอเพนนอยด์ (triterpenoid) เช่น โอลีฟแอซิด (olive acid) และฟลาโวนส์ (flavones) เป็นต้น จากการทดลองทางเภสัชวิทยายืนยันว่า น้ำแช่โคลฟว์ น้ำมันโคลฟท์ และยิวจินอลมีผลในการฆ่าเชื้อและแก้อักเสบได้จริง มีผลต่อการยับยั้งแบคทีเรียประเภทแคนดิดา แอลมีเคนส์ (candida alficans) เช่น เชื้อรา จุลินทรีย์สตาฟิโลคอคัส (staphylococcus) สเตรปโตคอคัส (strepto coccus) และเชื้อไข้หวัดไวรัส PRS อย่างเห็นได้ชัด จากการทดลองทางคลินิกยังพบว่า การหยดใส่น้ำมันโครฟท์เล็กน้อยมีผลต่อการฆ่าเชื้อในโพรงฟันผุ แก้อาการอักเสบบริเวณปลายรากฟันและแก้อาการปวดฟันอย่างมีประสิทธิภาพ
            มินท์ : ต้นมิ้นท์ (mint) พืชตระกูลสะระแหน่ ภาษาจีนเรียกว่า “โป๋เหอ” ใช้เป็นยาก็ได้อาหารก็ได้ มินท์เป็นยาที่มีสมบัติด้านการขับลมแก้ร้อนใน น้ำมันมินท์เป็นส่วนประกอบของยาที่มีสมบัติออกฤทธิ์ มิ้นมีรสเย็นสดชื่น มีผลต่อการกระตุ้นสมองและทำให้ลมปากสดชื่น มักนำไปใช้ในการผลิตยา อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมความงามประจำวัน

ประกอบด้วยสารฟลูออไรด์และโซเดียมไฟเฟท
            แอคทีฟฟลูออไรด์อิออน  สารฟลูออไรด์มีสมบัติป้องกันฟันผุ เป็นการค้นพบทางการแพทย์สำคัญที่สุดในศตวรรตที่ 20  จากการใช้ฟลูออไรด์เพื่อปกป้องฟันอย่างแพร่หลาย ทำให้โรคฟันผุที่คุกคามสุขภาพฟันอย่างร้ายแรงอยู่ช่วงหนึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วลดอัตราการเกิดลงเป็นอย่างมาก
            สรรพคุณของฟลูออไรด์
  1.เสริมสร้างความแข็งแรงแก่โครงสร้างฟัน ป้องกันการกัดกร่อนของกรด
  
  2. ยันยังการทำลายของแบคทีเรีย การจับตัวอยู่บนผิวฟันและเหงือกของคราบพลัค เป็นสาเหตุของการเกิดโรคฟัน ฟลูออไรด์สามารถป้องกันไม่ให้คราบพลัคเกาะติดกับฟัน จึงป้องกันฟันผุ และเหงือกอักเสบในระดับต้นตอได้ในช่วงแรกเริ่มของอาการฟันผุ ฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมจะเร่งให้น้ำลายชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไป ทำให้ส่วนของฟันผุในระยะแรกเริ่มฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้ ฟลูออไรด์มีผลต่อการเสริมสร้างการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อของฟัน เสริมสร้างสมรรถภาพในการต่อต้านการทำลายของกรด มีผลต่อการยับยั้งการขยายตัวของเยื่อจุลินทรีย์บนผิวฟันช่วยลดบทบาทในการสร้างกรดของแบคทีเรีย การใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์แปรงฟันทุกเช้าและกลางคืนก่อนนอน ฟันจะได้รับการปกป้องจากฟลูออไรด์ที่เพียงพอ
     โซเดียมไฟเฟท : กรดไฟติก (Phytic acid) มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “ซิคซ์ อิโนซิตอล ฟอสเฟต” (Six inositol phosphate) ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในเมล็ดพืช เป็นสารปรุงแต่งอาหารจากธรรมชาติ กรดไฟติกมีสมรรถภาพในการยับยั้งการทำลายแคลเซียม ฟอสเฟตและสารเคลือบฟัน ดังนั้นจึงมีผลต่อการต่อต้านฟันผุ การใช้กรดไฟติกเป็นส่วนเพิ่มเติมเพื่อขัดฟันให้ขาวสะอาดและขจัดคราบพลัคได้รับผลดีเป็นอย่างมากและมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษต่อการขจัดคราบสกปรก เช่นคราบบุหรี่  คราบสีดำและสีเหลืองที่จับอยู่บนผิวฟัน อันที่จริงกรดไฟติกเองก็เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคนอยู่แล้ว กรดไฟติกเมื่อผ่านกระบวนการไฮโดรลิซิสในร่างกายก็จะกลายเป็นอิโนซิตอล (Inositol) และฟอสโฟไลปิด (Phospholipid) ซึ่งอินโนซิตอลมีบทบาทต่อการชะลอความแก่ ส่วนฟอสโฟไลปิดเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของ เซลล์ในร่างกายของคนเรา

เลือกใช้ผงขัดซิลิกาคุณภาพสูง
       ซิลิกาไดออกไซด์ : เป็นผงขัดชั้นสูง ยาสีฟันที่ใช้ผงขัดชนิดนี้เนื้อยาสีฟันจะละเอียดมีประกาย มีลักษณะกระจายได้ดี มีค่าแรงเสียดปานกลาง  มีสมรรถนะในการขัดดี สามารถขัดผิวฟันให้สะอาดอย่างมีประสิทธิภาพแต่ไม่ทำลายเคลือบฟัน เป็นผงขัดฟันที่ยาสีฟันชั้นดีในยุโรปและอเมริกาเลือกใช้ ยาสีฟันแลงลีเจ โฮล์ว-เอฟเฟค เลือกใช้ผงขัดซิลิกาชั้นสูงเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ZE´ MOITU Oxygen Skin Care

 
ZE´ MOITU Oxygen Skin Care
加入时间:2009-11-19 目前查看次数:662次

                             

กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม
 
      เจ-มอยทู ออกซิเจน สกินแคร์ ZE´ MOITU Oxygen Skin Care   

วิทยาการที่น่ารู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
      Biodynes TRF ตัวปัจจัยในระบบหายใจของเนื้อเยื่อในกระบวนการ Biodynes TRF

เคล็ดลับการหายใจคล่องของผิว
      เรื่องเล่าเกี่ยวกับความงามของพระนางคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ ที่ว่าไวน์แดงเป็นประโยชน์ต่อความงามนั้นได้แพร่สะพัดไปทั่วโลก เคล็ดลับที่จะช่วยให้ผิวหนังหายใจได้อย่างคล่องแคล่วจึงได้รับการเปิดเผยเป็นที่รู้กัน  จากการค้นพบทางวิทยาการรู้ว่า ยีสต์ที่ประกอบด้วยเซลล์แอคตีฟมีความคล้ายคลึงกับยูคาร์ริโอติกเซลล์ เมื่อได้รับการโจมตีที่รุนแรงจะมีปฏิกิริยาป้องกันตัวเอง โดยปล่อยสารอันเกิดจากการทำปฏิกิริยาในระบบเมตาบอลิซึมป้องกันตัวเองที่มีสมบัติเพิ่มความสามารถในการหายใจของเซลล์ออกมา
      จากการวิเคราะห์ทางพยาธิวิทยาดังกล่าว ศูนย์วิจัยผิวพรรณเจ๋อเหยียน (ZE YAN) ในประเทศจีนได้ดำเนินงานค้นคว้าวิจัย สกัดเอาสารจากยีสต์ – ตัวปัจจัยหายใจของเนื้อเยื่อในกระบวนการ Biodynes TRF จากเชื้อหมักที่มีความเข้มข้นสูง ในกระบวนการผลิตเหล้าแดง โดยผ่านกระบวนการเทคโนโลยีชีวภาพที่ก้าวหน้า ตัวปัจจัยหายใจที่มีโครงสร้างของยีน DNA ใกล้เคียงกับเซลล์ผิวหนังในร่างกายของคนเรานี้ สามารถเพิ่มศักยภาพในการหายใจของเซลล์ เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้รับออกซิเจนที่เพียงพอ เพิ่มพลังการทำงานของตัวเซลล์เอง เสริมสร้างกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงาน และนำไปสู่เร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่จากเซลล์เก่า ทำให้ผิวพรรณคงสภาพใหม่อยู่เสมอ จึงมีผลทำให้ดูอ่อนกว่าวัย

สารสกัดจากพืช 10 ชนิด

ช่วยให้ผิวพรรณได้รับสารอาหารที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
      สารสกัดจากพืชที่มีคุณค่าสูง 10 ชนิด เช่น เซีย บัทเตอร์ (Shea butter) โรส ฮิปออยล์ (Rose hip oil) สารจากเห็ดหลินจือ สารจากใบอายีวอร์มวูด (Argy wormwood leaf) และอื่น ๆ ประกอบด้วยสารอาหารที่ต้องการทั้งหมดของผิวหนัง สามารถตอบสนองพลังงานที่เพียงพอแก่เซลล์ได้ จึงช่วยให้ผิวกลับมีสภาพสวยตามธรรมชาติเหมือนเดิม ทำให้ผิวพรรณดูสดใสมีน้ำมีนวล เหมือนเปลี่ยนผิวใหม่

ลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์

เจ-มอยทู ออกซิเจน สกินแคร์ (
ZE´ MOITU Oxygen Skin Care)
ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย
      การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชีวภาพสุดยอดในยุคปัจจุบันกับวิทยาการรักษาผิวพรรณตะวันออก นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในด้านการบำรุงรักษาผิวพรรณที่แตกต่างกับรูปแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง นวัตกรรมใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่เสริมสร้างพื้นฐานของผิว เพิ่มศักยภาพการหายใจของเซลล์ผิว ฟื้นคืนพลังของเซลล์ผิวด้วยการหล่อเลี้ยงผิวให้มีความชุ่มฉ่ำและสดชื่น ปรากฏให้เห็นถึงความงามของเพศหญิงที่สะท้อนจากภายในร่างกายตามธรรมชาติ

3 คุณค่าสำคัญของกลุ่มผลิตภัณฑ์
ZE´ MOITU Oxygen Skin Care
สร้างพลังกระตุ้น เสริมสร้างพลังการทำงานของเซลล์ผิว
      ตัวปัจจัยหายใจของเนื้อเยื่อ ในกระบวนการ Biodynes TRF ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ Oxygen Skin Care สามารถเพิ่มศักยภาพการหายใจของเซลล์ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้เซลล์ได้รับออกซิเจนที่เพียงพอ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ เร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่ของผิว สามารถแก้ไขปัญหาผิวพรรณเนื่องจากปัจจัยที่มีอายุมากขึ้น ความเครียดในชีวิตประจำวัน และมลพิษจากภาวะแวดล้อม ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และเพิ่มความเปล่งปลั่งแก่ผิว

สร้างความชุ่มชื้น 
ช่วยเสริมความชุ่มชื้นแก่ผิว
      สารสกัดจากพืชธรรมชาติ 10 ชนิด ในผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ผสมกับส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพของกรดอะมิโน โซเดียมไฮอลูโรเนท (Sodium Hyaluronate) และเฮกซาเปปไทด์ (Hexapeptide) ได้เสริมสร้างพลังให้แก่เซลล์ผิวที่อยู่ในชั้นลึกของผิว น้ำและสารอาหารอันอุดมที่เพียงพอ ช่วยให้ผิวพรรณได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทำให้ผิวได้รับการฟื้นฟู  ดูสดใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล อยู่เสมอ

สร้างเซลล์ผิวใหม่ 
พลังการทำงานที่เพียงพอและสารอาหารอันอุดมในผลิตภัณฑ์
      สามารถเร่งกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ในแต่ละวัน ช่วยให้ผิวพรรณกลับสู่สภาพตามธรรมชาติในระดับที่ดีที่สุด อันจะส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใส มีชีวิตชีวาเหมือนเปลี่ยนผิวใหม่

แนะนำผลิตภัณฑ์
 
 
เจ – มอยทู ออกซิเจน เฟสวอสซิ่ง มิลค์
ZE’MOITU Oxygen Face Washing Milk 
                              

มิลค์ล้างหน้า
     พิเศษด้วยสูตรอ่อนโยน ทำความสะอาดได้ถึงชั้นลึกของผิว พร้อมส่วนผสมของสารสกัดจากพืชธรรมชาติและกรดอะมิโนหลายชนิดสร้างความสมดุลของน้ำในผิวหน้า ช่วยเร่งขบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันผิวออกได้อย่างเกลี้ยงเกลา ทำให้ผิวเนียนเรียบ ผ่องใสและสดชื่น

วิธีใช้
: เอาน้ำชโลมใบหน้าให้เปียก บีบมิลค์ออกจากหลอดไว้ในอุ้งมือเล็กน้อยเพิ่มน้ำสะอาดพอประมาณ ถูมิลค์ในฝ่ามือไปมาเพื่อให้เนื้อครีมแตกตัวและเกิดฟองแล้วใช้ฝ่ามือนวดกับใบหน้าประมาณ 1-3 นาที เสร็จแล้วจึงล้างออก

ขนาดบรรจุ
: 120 g / หลอด
  

--------------------------------------------------------------------------------------------


เจ – มอยทู ออกซิเจน มอยเจอร์ ฟลูอิค 
ZE’MOITU Oxygen Moisture Fluid

                   
ฟลูอิดเพื่อโอบอุ้มความชุ่มชื่น
      สูตรอ่อนโยนชนิดน้ำไม่สร้างความระคายต่อผิว ช่วยทำความสะอาดผิวหนังได้อีกชั้นหนึ่ง ลดภาวะที่มีผิวมันเกินไป ขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ ชั้นลึกของผิวหนังออกไป ช่วยให้ผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา ผ่องใส
      จากสูตรพิเศษเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ผิวด้วยการค้นพบตัวปัจจัยหายใจในเนื้อเยื่อที่เกิดจากกระบวนการ Biodynes TRF สามารถเพิ่มสมรรถภาพการหายใจของเซลล์ผิวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ กระตุ้นให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีชีวิตชีวา เพิ่มความผ่องใส สดชื่นแก่ผิวหน้า
      อีกทั้งด้วยความพิเศษของสารสกัดจากพืชไม้ดอก จะช่วยให้รูขุมขนหดตัว ทำให้ผิวหน้ากระชับ ต่อต้านการอักเสบของผิวหนัง เพิ่มน้ำที่ขาดไปให้แก่ผิวด้วยสารสกัดจากสาหร่ายทะเล ปรับสภาพหยาบกร้านและแห้งของผิวให้เป็นผิวที่มีความชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล สวยงามสดใส

ข้อแนะนำในการใช้
: หลังล้างหน้าด้วย ZE’MOITU Oxygen Moisture Fluid ให้ทามอยเจอร์ฟลูอิดนี้บนใบหน้าด้วยปริมาณที่พอเหมาะแล้วตบเบา ๆ เพื่อให้ซึมเข้าไปหล่อเลี้ยงผิว

ขนาดบรรจุ
: 120 ml/ขวด


--------------------------------------------------------------------------------------------


เจ-มอยทู ออกซิเจน มอยเจอร์ มิลค์
 
ZE’MOITU Oxygen Moisture Milk
 
    


มอยเจอร์มิลค์รักษาความชุ่มชื้น
    ด้วยความพิเศษของตัวปัจจัยหายใจในเนื้อเยื่อที่เกิดจากกระบวนการ Biodynes TRF ทำให้ออกซิเจนถ่ายเทบนผิวได้สะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มพลังการทำงานแก่เซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวสามารถต่อต้านปัจจัยการทำลายจากภายนอกได้ดี ขจัดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวกระจ่างใสดูอ่อนเยาว์
    อีกทั้งด้วยความพิถีพิถันที่มีการเพิ่มน้ำมันที่สกัดจาก shea butter มีผลต่อการป้องกันการทำลายของ UV สารสกัดจากหลินจือมีผลต่อการต่อต้านสารเมลานินซึ่งเป็นสารสีดำของผิวหน้า ลดเลือนรอยด่างดำ อำลาจากความหมองคล้ำ ฟื้นคืนสู่สภาพผิวที่ขาวนวลกระจ่างใส นอกจากนี้เกลือไฮอะลูโรนิก แอซิคในผลิตภัณฑ์ยังเติมความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผิวหน้าคงไว้ซึ่งความชุ่มฉ่ำนวลนุ่ม ใสกระจ่างอยู่ทั้งวัน

ข้อแนะนำในการใช้
: หลังล้างหน้าด้วย ZE’MOITU Oxygen Moisture Fluid แล้ว ให้ทามอยเจอร์มิลค์นี้บนใบหน้า

ขนาดบรรจุ
:  50 g / ขวด

 

--------------------------------------------------------------------------------------------


เจ-มอยทู ออสซิเจน เอสเซนส์ดิวอิ้ง 
ZE’MOITU Oxygen Essence Dewing

    

เอสเซนส์ดิวอิ้งบำรุงผิว
    ด้วยความพิเศษของสูตรเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ผิว ตามหลักของระบบ Biodynes TRF ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการหายใจของเซลล์ผิวหนัง กระตุ้นพลังการทำงานของเซลล์ บรรเทาสภาพหมองคล้ำของผิวหน้า ปรับความสมดุลของสีผิว ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขาวผ่องใส ย้อนคืนสู่สภาพอ่อนเยาว์
    นอกจากนี้เกลือไฮอะลูโรนิกแอซิดและสารออกฤทธิ์ของวิตามิน C ในรูปของโมเลกุลขนาดเล็ก ยังมีบทบาทต่อการเติมน้ำที่ขาดไปให้แก่ผิวหน้าที่อยู่ชั้นลึกลงไป เร่งกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์เก่าให้เป็นเซลล์ใหม่ ซ่อมแซมสิ่งที่สึกหรอของผิวหนัง ช่วยลดเลือนรอยด่างดำ เพิ่มความขาวนวลแก่ใบหน้า ลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวหนังละเอียดเรียบเนียน กระชับผิวให้ยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น ดูมีประกายสดใสและมีสุขภาพผิวที่ดี

ข้อแนะนำการใช้
: หลังล้างหน้าด้วย ZE´ MOITU Oxygen Moisture Fluid แล้วให้นำ    เอสเซนส์ดิ้วอิ้งนี้ทาบนใบหน้า แล้วตบเบา ๆ เพื่อให้ซึมลงสู่ผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

ขนาดบรรจุ
 : 35 ml/ขวด


--------------------------------------------------------------------------------------------


เจ-มอยทู ออกซิเจน อิฟนิ่ง ครีม 
ZE´ MOITU Oxygen Evening Cream
                            

ครีมบำรุงผิวยามค่ำคืน
 
     ความพิเศษของตัวปัจจัยหายใจในเนื้อเยื่อที่เกิดจากกระบวนการ Biodynes TRF ช่วยเพิ่มพลังแก่เซลล์ผิวหนัง ทำให้ระบบหายใจของผิวหนังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผ่องใส แลดูอ่อนเยาว์กว่าที่ผ่านมา
     จากบทบาทของสารที่สกัดจากพืชธรรมชาติหลายชนิดที่เพิ่มเข้าไปเป็นการพิเศษ ช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้รับสารอาหารที่เพียงพอ สามารถหล่อเลี้ยงผิวหนังชั้นลึกได้ในยามค่ำคืน วิคทอเรียแอซิดและสารอัลแลนโตอิน (allantoin) ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ลดรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยบนใบหน้า พาให้คุณพบกับผิวที่กระชับ ดูเรียบเนียน เปล่งปลั่ง กระจ่างใสขึ้นเหมือนเปลี่ยนผิวใหม่

ข้อแนะนำในการใช้
: หลังจากใช้ ZE´ MOITU Oxygen Essence Dewing ในยามค่ำคืนแล้ว ให้ทา Oxygen Evening Cream นี้บนผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ซึมลงสู่ผิวหนัง

ขนาดบรรจุ
: 30 g/ขวด


--------------------------------------------------------------------------------------------


เจ-มอยทู ออกซิเจน วอเตอร์ เฟสเชียล มาสก์ 
ZE´ MOITU Oxygen Water Facid Mask

                                  
มาสก์บำรุงผิว
     ประกอบด้วยความพิเศษของตัวปัจจัยหายใจในเนื้อเยื่อที่เกิดจากกระบวนการ Biodynes TRF และหลากสารอาหารที่มีคุณค่า เพิ่มสมรรถภาพในการทำหน้าที่หายใจของเซลล์ เพิ่มพลังการทำงานแก่เซลล์ หล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนังในชั้นลึก ลดอาการขาดน้ำของผิวหนัง ช่วยบรรเทาและซ่อมแซมอาการอ่อนล้าของผิวหนัง ทำให้คุณอำลาจากความหมองคล้ำ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน เปล่งปลั่ง สดชื่นผ่องใสยิ่งขึ้น

ข้อแนะนำการใช้
: หลังล้างหน้าด้วย ZE´ MOITU Oxygen Moisture Fluid แล้ว ให้ทา Oxygen Water Facial Mask นี้บนใบหน้า (ให้หนาพอสมควร) ทิ้งไว้ประมาณ 8-15 นาที แล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ขนาดบรรจุ
:  100 g/หลอด


--------------------------------------------------------------------------------------------



เจ-มอยทู ออกซิเจน อาย ครีม
ZE´ MOITU Oxygen Eye Cream 
                    

ครีมปรนนิบัติผิวรอบดวงตา
    จากสูตรพิเศษเพิ่มประสิทธิภาพในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่ด้วยการค้นพบตัวปัจจัยหายใจในเนื้อเยื่ออันเกิดจากกระบวนการ Biodynes TRF มีผลต่อการเสริมสมรรถภาพการหายใจของเซลล์ผิวรอบดวงตา เพิ่มอัตราการดูดซึมสารอาหารไปใช้ ช่วยเสริมกลไกการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรนนิบัติผิวรอบดวงตา คืนสีสันของผิวหนังที่แท้จริงจากสีที่หมองคล้ำ
            ผลิตภัณฑ์ได้เพิ่มคอลลาเจน 6 เปปไทด์ วิคทอเรียแอซิด และสารสกัดจากใบ Artemsia ช่วยกระชับถุงใต้ตา ลดเลือนความหมองคล้ำที่รอบบริเวณดวงตา ช่วยให้รอยเหี่ยวย่นที่หางตาเบาบางลง ผิวรอบดวงตาเนียนเรียบ ช่วยให้ดวงตาทั้งคู่ส่องประกายแวววาวดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

ข้อแนะนำในการใช้
: ทา Oxygen Eye Cream นี้ที่รอบบริเวณดวงตาอย่างสม่ำเสมอในปริมาณพอเหมาะ กดนวดด้วยนิ้วกลางเบา ๆ จนเนื้อครีมซึมลงสู่ผิวหนัง

ขนาดบรรจุ
: 20 g/หลอด
 
ชุดของขวัญซีรี่ส์ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวพรรณ ZE´ MOITU Oxygen Skin Care
ในชุดของขวัญดังกล่าวประกอบด้วย :
ZE´ MOITU Oxygen Face Washing Milk                              1 หลอด
ZE´ MOITU Oxygen Moisture Fluid                                    1 ขวด
ZE´ MOITU Oxygen Moisture Milk                                      1 ขวด
ZE´ MOITU Oxygen Evening Cream                                   1 ขวด
ZE´ MOITU Oxygen Eye Cream                                         1 หลอด

แคลเซียมนม ตราอี้ฟางถัง

แคลเซียมนม ตราอี้ฟางถัง
加入时间:2009-10-03 目前查看次数:983次
RU HUANG JIN GAO GAI    YU FANG TANG  BRAND
                                   
 
คุณลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์
 
     แคลเซียมนม ผลิตจากนมสดธรรมชาติ โดยใช้นมสดวัวเป็นวัตถุดิบ ผ่านกรรมวิธีการแยกเคซีน (casein) การแยกนมข้น การแยกแลคทอลบิวมิน (lactolbumin) การแยกแลคโทส (lactose) โดยแยกไขมันออกจากน้ำนม แล้วผ่านกระบวนการกรองอย่างละเอียด อบแห้ง ฆ่าเชื้อ รวมสิบกว่าขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีระดับสูง จึงได้แคลเซียมนมคุณค่าโภชนาการสูง มีฉายานามว่า “นมทองคำ”
      แคลเซียมนม YU FANG TANG ใช้แคลเซียมจากนมเป็นวัตถุดิบ ผ่านสูตรที่คิดค้นขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์ มีสัดส่วนของฟอสฟอรัสกับแคลเซียมใกล้เคียงกับสัดส่วนฟอสฟอรัสกับแคลเซียมที่มีอยู่ในกระดูกของร่างกายคน พร้อมกับผสมสาร CPP เข้าไปเพื่อให้แคลเซียมที่อยู่ในระบบลำไส้คงอยู่ในรูปสารละลาย รวมทั้งเพิ่มวิตามินดีเข้าไป เพื่อช่วยให้แคลเซียมถูกระบบลำไส้ดูดซึมไปได้ทั้งหมด แคลเซียมของผลิตภัณฑ์ในแต่ละเม็ดมีปริมาณสารแคลเซียมบริสุทธิ์และสารอื่น ๆ เทียบเท่าปริมาณของนมสด 2 ขวด รสชาติดี ปราศจากแคลเซียมจากแหล่งอื่น ปราศจากสีและสารกันบูด เป็นสารอาหารสีเขียวที่ถูกหลักสุขอนามัย มีอัตราการดูดซึมสูง สามารถเสริมแคลเซียมแก่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ร่างกายมีความสดชื่นและสามารถประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปรับความสมดุลในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่สมดุล
   
วัตถุดิบสำคัญ : กลูโคส  แคลเซียมจากนม  CPP  วิตามินดี
 
        รายการ
ใน 100 g
  NRV %
       พลังงาน
     1411 KJ
    17 %
         โปรตีน
      1.2 g
      2 %
           ไขมัน
      0.0 g
      0 %
คาร์โบไฮเดรต
    83.0 g
    28 %
        โซเดียม
            0 mg
      0 %
     แคลเซียม
         4 g
  500 %
       วิตามินดี
         200 mg
4000 %
 
        วิธีรับประทาน : วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด อมหรือเคี้ยวกิน
 
แคลเซียมกับสุขภาพ

     “แคลเซียมโลหะ”  ของชีวิต
      แคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน แคลเซียมในกระดูกและฟันมีสัดส่วนเท่ากับ 99% ของแคลเซียมทั้งหมดในร่างกาย มีบทบาทต่อการค้ำจุนชีวิตของคนเรา ส่วนที่เหลืออีก 1 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในเนื้อเยื่ออ่อน ของเหลวที่อยู่นอกเซลล์ และในกระแสเลือด แคลเซียมมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างชีวิต และปรับความสมดุลในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ด้วยบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดของแคลเซียม  แคลเซียมจึงถูกยกย่องว่าเป็น “แร่ธาตุแห่งชีวิต”
      แคลเซียมเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการปกป้องรักษาสุขภาพของร่างกาย เป็นธาตุอินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย มีสัดส่วนเท่ากับ 1.5 – 2 %  ของน้ำหนักตัว ในร่างกายของผู้ใหญ่ทั่วไปมีแคลเซียมประมาณ 0.85 – 1.2 kg ในบรรดาสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย แคลเซียมนับว่ามีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ของสารทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งการดำรงชีวิตของคนเราจะขาดมิได้ และไม่มีสิ่งใดจะทดแทนได้ ร่างกายมนุษย์จะไม่เป็นรูปเป็นร่าง และจะดำรงไว้ซึ่งชีวิตไม่ได้ หากปราศจากแคลเซียม ดังนั้นเราจึงกล่าวว่า “แคลเซียมเป็นเครื่องค้ำจุนของชีวิต” ซึ่งมิได้เป็นการพูดที่เกินจริง ตราบใดไม่มีแคลเซียมการเคลื่อนไหวของชีวิตก็จะสิ้นสุดลง
 
การทำหน้าที่ของแคลเซียม
 
      แคลเซียมมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานให้เป็นไปตามปกติของระบบในร่างกาย หน้าที่หลักของแคลเซียมคือส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูก รักษาสุขภาพของกระดูกให้อยู่ในระดับดีที่สุด ช่วยให้การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นไปตามปกติ ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทอยู่ในภาวะปกติ รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยให้กระบวนการทำให้เลือดแข็งตัวเป็นไปอย่างปกติและทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
 
อันตรายจากการขาดแคลเซียม
 
        ถ้าหากร่างกายได้รับแคลเซียมจากการดูดซึมจากอาหารไม่เพียงพอ ระดับความเข้มข้นของแคลเซียมในกระแสเลือดก็จะลดต่ำลง เพื่อชดเชยปริมาณที่ขาดไป ร่างกายจะดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกและฟันไปใช้โดยกลไกของมันเองเพื่อรักษาความเข้มข้นในระดับหนึ่งของแคลเซียมในกระแสเลือด เนื่องจากแคลเซียมในกระดูกมีความเข้มข้นสูงมาก แม้จะถูกดึงออกเพียงเล็กน้อย ก็จะเข้าไปอยู่ตามเส้นเลือดและสมองจำนวนมาก เป็นเหตุให้แคลเซียมที่อยู่ในเซลล์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้ความเข้มข้นของแคลเซียมขาดความสมดุลทั้งในเซลล์และนอกเซลล์ นำไปสู่ความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ จนเป็นเหตุให้อวัยวะในตำแหน่งนั้น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโรค การรับแคลเซียมไม่เพียงพอกลับจะทำให้แคลเซียมในร่างกายเกิดภาวะล้นเกิน ปรากฏการณ์ที่ผิดปกติเช่นนี้ถูกเรียกว่า “เป็นเรื่องแปลกของแคลเซียม” เรื่องอันน่าแปลกนี้นำไปสู่การเกิดโรคขึ้นสองอย่าง อย่างหนึ่งคือภาวะขาดแคลเซียมของกระดูก ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกงอกและกระดูกหักชนิดต่าง ๆ อีกอย่างหนึ่งคือปริมาณแคลเซียมในกระแสเลือดและในเซลล์เนื้อเยื้ออ่อนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้แคลเซียมลอยไปพอกตามผนังหลอดเลือดและที่กล้ามเนื้อหัวใจ และไต  ส่งผลให้เส้นเลือดแดงแข็งตัว ความดันโลหิตสูง กลุ่มอาการความดันโลหิตสูงในระยะตั้งครรภ์ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นนิ่ว โรคอัลไซเมอร์ และการเกิดเนื้อร้ายมะเร็ง เป็นต้น เนื่องจากอันตรายจากการขาดแคลเซียมจะต้องขาดถึงระดับหนึ่งและผ่านการสะสมในช่วงระยะเวลาหนึ่งจึงจะปรากฏขึ้น
ดังนั้น โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการขาดแคลเซียมเหล่านี้ เมื่อถึงเวลาที่ปรากฏอาการของโรคแล้วก็จะมีผลร้ายแรงจนยากที่จะหายเป็นปกติในระยะเวลาอันสั้นได้
 
บุคคลใดจะต้องเสริมแคลเซียม
 
      ในช่วงอายุที่แตกต่างกันของคนเราจะมีความต้องการต่อแคลเซียมในปริมาณที่ต่างกัน สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต สตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร รวมทั้งผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมค่อนข้างมาก นอกจากนี้ เนื่องจากโครงสร้างทางสรีระต่างกัน เพศหญิงต้องการได้รับแคลเซียมเสริมมากกว่าเพศชาย
      เด็กต้องการได้รับแคลเซียมปริมาณมากเพื่อให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ถ้าเด็กตกอยู่ในสภาพขาดแคลเซียมในระยะเวลานาน จะทำให้การเจริญเติบโตช้าลง เป็นโรคกระดูกอ่อน การเจริญเติบโตของฟันไม่สมบูรณ์ และอาจเกิดอาการขาดสมาธิอยู่นิ่งไม่ได้ เป็นต้น ผู้ที่ขาดแคลเซียมอย่างรุนแรงอาจส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญาทางสมองและสุขภาพตลอดชั่วชีวิตไปเลย
      ในวัยเจริญพันธุ์ของเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงก่อนวัยมีประจำเดือน ขณะที่ประจำเดือนกำลังจะมา และกำลังจะเปลี่ยนไปสู่การปรากฏลักษณะของความเป็นหญิง กระดูกเชิงกรานเริ่มขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากในช่วงระยะเวลานี้เกิดขาดแคลนแคลเซียมอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกอ่อนลง กระดูกเชิงกรานจะเกิดการเปลี่ยนรูปอันเนื่องจากแรงดึงของกล้ามเนื้อ เป็นเหตุให้กระดูกเชิงกรานแปรรูปผิดปกติหรือแคบลง เมื่อเป็นเช่นนี้ ในเวลาคลอดบุตรในวันข้างหน้าก็จะมีปัญหาคลอดยากและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพกระทั่งชีวิตของแม่และทารก
      สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์และระยะให้นมบุตร หากขาดแคลเซียมจะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางกระดูกของทารกในครรภ์ และการเติบโตของเด็กทารก โดยแสดงออกให้เห็นจากการเจริญเติบโตทางกระดูกของทารกในครรภ์ที่ผิดปกติ การเจริญเติบโตของเด็กทารกเชื่องช้า ฟันงอกช้า และมีภาวะกระดูกอ่อน เป็นต้น ขณะเดียวกันหากร่างกายแม่ขาดแคลเซียมก็จะมีภาวะความดันโลหิตสูงอันเกี่ยวเนื่องกับการตั้งครรภ์ในช่วงตั้งครรภ์และจะก่อให้เกิดโรคกระดูกอ่อนหลังคลอดลูกได้ด้วย
      คนเราเมื่อย่างเข้าวัยกลางคนแล้ว มวลกระดูกจะสูญเสีย 0.7 – 1 % ต่อปี สำหรับสตรีในช่วงเปลี่ยนวัยและหลังหมดประจำเดือน การสูญเสียมวลกระดูกจะเพิ่มมากขึ้น คนเราเมื่อมีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพศหญิงอาจสูญเสียมวลกระดูกราว 30 – 50 % ต่อปี ส่วนเพศชายจะสูญเสียราว 20 – 30% ต่อปี การสูญเสียแคลเซียมในร่างกายในระยะยาวจะนำไปสู่หรือก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกงอกและกระดูกหักชนิดต่าง ๆ ตลอดจนเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นนิ่ว โรคอัลไซเมอร์ และอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสูงขึ้น
 
ความแตกต่างระหว่างแคลเซียมนมกับผลิตภัณฑ์อื่น
 
      ผลิตภัณฑ์แคลเซียมแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์สังเคราะห์จากสารเคมี เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) แคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) แคลเซียมอซิเตท (Calcium acetate) และแคลเซียมกลูโคเนต (Calcium gluconate) เป็นต้น ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำ คุณสมบัติด้านการละลายน้ำต่ำ หรือเกือบจะไม่ละลายน้ำเลย ดังนั้นอัตราการใช้ทางชีวภาพค่อนข้างต่ำ อนึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ยังจะมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารไม่มากก็น้อย ส่วนในระยะหลัง ๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ประเภทแอคทีฟแคลเซียม (Active calcium) หรือแคลเซียมไอออนแอคทิวิตี้ (Calcium ion activity) ที่มีส่วนประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมออกไซต์ (Calcium oxide) เมื่ออยู่ในน้ำจะกลายเป็นแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium hydroxide) นั้น แคลเซียมเหล่านี้จะใช้กระดูกสัตว์ เปลือกหอย และเปลือกไข่ไก่เป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยผ่านกระบวนการแยกตัวด้วยความร้อนอุณหภูมิสูง มีปริมาณแคลเซียมค่อนข้างสูง หากผลิตภัณฑ์แคลเซียมประเภทแอคทีฟแคลเซียมจะมีลักษณะความเป็นด่างค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภครู้สึกระคายเคืองในกระเพาะและเนื่องจากมีสาเหตุจากสภาพแวดล้อมทางบกและมลพิษในน้ำทะเล ทำให้สัตว์รับเอาโลหะหนักอย่างเช่นตะกั่ว และปรอทเข้าไป จึงอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายคนได้
      แคลเซียมนมที่สกัดจากนมสดวัว เป็นแคลเซียมธรรมชาติในรูปแบบใหม่และมีคุณลักษณะพิเศษในด้านทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี ผลิตภัณฑ์ได้เน้นถึงประสิทธิภาพในด้านคุณค่าอาหารของแคลเซียมประเภทแอคตีฟแคลเซียม ชีวภาพชนิดละลายในน้ำได้ (มีแคลเซียมสูงกว่านมสดวัวทั่วไปกว่า 30 %) ทำให้การดูดซึมแคลเซียมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แคลเซียมแบบดั้งเดิม ได้พัฒนาดีขึ้นเป็นอย่างมากทั้งในด้านรสชาติ การดูดซึมไปใช้ของร่างกาย  ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือ เนื่องจากแคลเซียมนมสกัดจากนมวัวธรรมชาติโดยตรง จึงไม่มีผลข้างเคียงอย่างแหล่งแคลเซียมบางอย่าง ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกในการบริโภคแคลเซียมเพิ่มเติมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
      มีคนไม่น้อยที่ยังสับสนในเรื่องแคลเซียมนมกับแคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) โดยคิดว่าเป็นอันเดียวกัน อันที่จริงแคลเซียมทั้งสองอย่างนี้ โดยเนื้อแท้แล้วมีความแตกต่างกัน แคลเซียมนมเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่สกัดจากนมใส (whey) แต่แคลเซียมแลคเตท ผลิตจากวัตถุดิบประเภทธัญญาหาร โดยผ่านกระบวนการหมักจนเป็นกรดแล็กเตท แล้วนำไปทำปฏิกิริยากับเกลือแคลเซียมจึงได้แคลเซียมที่จะนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป
      ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แคลเซียมในตลาด  แคลเซียมนมถือว่ามีอัตราดูดซึมดีที่สุด สามารถดูดซึมได้ถึง 90 % ขึ้นไป ตารางข้างล่างนี้แสดงถึงอัตราการดูดซึมของผลิตภัณฑ์แคลเซียมประเภทสำคัญที่แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน
 
อัตราการดูดซึมของผลิตภัณฑ์แคลเซียมประเภทสำคัญ ๆ ในตลาด
รายการผลิตภัณฑ์
อัตราการดูดซึม
   แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate)
   39 %
 แคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate)
   32 %
  แคลเซียมซิเตรท (Calcium citrate)
   30 %
แคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate)
   30 %
    แคลเซียมกลูโคเนต (Calcium gluconate)
   27 %
   แคลเซียมอซิเตท   (Calcium acetate)
   32 %
แคลเซียมนม
> 90 %
        

คอลลาเจน แคปซูล ตรา อี้ฟางถัง

คอลลาเจน แคปซูล ตรา อี้ฟางถัง
加入时间:2009-09-19 目前查看次数:770次
ลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์
         ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ดูเรียบเนียน อิ่มเอิบ น่มนวล และยืดหยุ่น สาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ ในชั้นหนังแท้ มีสารประกอบอยู่สองอย่างได้แก่ คอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนเส้นใย และอิลาสติน (elastin) ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ในวัยอ่อนเยาว์ทั้งสองสิ่งนี้จะดำรงอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม แต่เมื่ออายุพ้นจาก 25 ปีขึ้นไป ก็จะเริ่มมีการสูญเสียคอลลาเจนในร่างกายเร็วขึ้น การสูญเสียไปจะมากกว่าการได้รับทดแทนเข้ามา รวมทั้งการได้รับแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด และการเกิดภาวะออกซิเดชันในร่างกาย ล้วนมีผลต่อการทำลายโครงสร้างของคอลลาเจน ทำให้สูญเสียความยืดหยุ่น และนำไปสู่การเกิดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รวมทั้งผิวหนังหย่อนยานก่อนวัย คอลลาเจนมีบทบาทอย่างยิ่งยวดต่อผิวหนัง ของร่างกาย และจัดเป็นสารประกอบที่แข็งแรงที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกาย เสมือนโครงสร้างเหล็กที่ค้ำยันเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูอิ่มเอิบ เปล่งปลั่ง ทั้งยังมีคุณสมบัติดีมากในด้านการดูดซับน้ำในบริเวณรอบข้าง แต่ขณะที่ปกคลุมอยู่ชั้นในของผิวหนัง กลับมีบทบาทต่อการป้องกันมิให้น้ำระเหยออกจากผิวบน มีผลต่อการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังเป็นอย่างดี
         คอลลาเจน แคปซูล อี้ฟางถัง คัดสรรวัตถุดิบจากคอลลาเจนชนิด 3 ซึ่งร่างกายคนดูดซึมได้ง่าย จึงตอบสนองความต้องการของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจรรโลงผิวพรรณจากภายในถึงภายนอก ทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี อ่อนนุ่ม ดูมีน้ำมีนวล
          
         ส่วนประกอบสำคัญ      :   คอลลาเจน วิตามิน C  วิตามิน E  OPC  และเจลลาติน  
            
         ส่วนของสารอาหาร     :   คอลลาเจน 100 mg   วิตามิน C 30 mg   วิตามิน E 5 mg
             
         วิธีรับประทาน           :   วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 เม็ด ก่อนนอนครึ่งชั่วโมง
 
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์  
         คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบชนิดหนึ่งของโปรตีน เป็นโปรตีนที่มีลักษณะเป็นเส้นใยในรูปของเกลียวที่ประกอบด้วยโซ่เปปไทด์ 3 สาย คอลลาเจนมีอยู่ในร่างกายในรูปของเส้นใยคอลลาเจน เมื่อได้รับความร้อนในน้ำจะละลายเป็นเจล ในร่างกายของสัตว์ชั้นสูงมีคอลลาเจนปริมาณมาก ราวเท่ากับหนึ่งในสามของโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย ส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อยึดต่อ มีน้ำหนักเท่ากับ 70% ของผิวหนัง คอลลาเจนเป็นกลูโคโปรตีน (glucoprotein) ชนิดหนึ่ง โดยในโมเลกุลของคอลลาเจน ประกอบด้วยน้ำตาลและไกลซีน (glycin) โปรลีน (proline) ไฮโดรซีโปรลีน (hydrexyproline) ในปริมาณมาก แต่ไม่มีซิสทีน (cystine) และทริปโทแฟน (tryptophan) คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนัง มีน้ำหนักเท่ากับ 70% - 80% ของผิวหนัง จากผลการวิจัยทางการแพทย์ชี้ให้เห็นว่า ไฮโดรซีโปรลีนในโปรตีน มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการก่อให้เกิดผิวหนังของร่างกาย
 
ประโยชน์สำคัญต่อร่างกายของคอลลาเจน
คอลลาเจนกับผิวหนัง
         ชั้นหนังแท้ของผิวหนังประกอบด้วยคอลลาเจน 75%   คอลลาเจนมีลักษณะเป็นเส้นใย  ก่อเป็นโครงสร้างที่คล้ายร่างแห มีความสำคัญต่อผิวหนังเป็นอย่างมาก ในกระบวนการสร้าง ซ่อมแซม และหล่อเลี้ยงผิวพรรณ ล้วนต้องอาศัยบทบาทของคอลลาเจนทั้งสิ้น คอลลาเจนช่วยทำให้เซลล์อิ่มเอิบ และนำไปสู่ความเปล่งปลั่งของผิวหนัง รักษาความยืดหยุ่นและชุ่มฉ่ำของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเนียนเรียบดูสดใสอยู่ตลอด การต้านรอยเหี่ยวย่นและการรักษาความชุ่มชื้นซึ่งเป็น 2 วิธีการสำคัญ ในการปกป้องสุขภาพผิว ล้วนเกี่ยวพันกับคอลลาเจนทั้งสิ้น

คอลลาเจนกับกระดูก
         สารอินทรีย์ในกระดูกประกอบด้วยคอลลาเจน 70% - 80%   ในการก่อรูปเป็นกระดูกในร่างกาย ก่อนอื่นจะต้องมีเส้นใยโปรตีนคอลลาเจนที่เพียงพอ จึงจะประกอบเข้าเป็นโครงสร้างของกระดูกได้ นอกจากนี้เส้นใยคอลลาเจนยังมีความเหนียวและความยืดหยุ่นที่ยอดเยี่ยม  ด้วยเหตุนี้  บางคนจึงเปรียบเปรยคอลลาเจนว่าเป็น “กระดูก” ของกระดูก

คอลลาเจนกับกล้ามเนื้อ
         แม้ว่าคอลลาเจนมิใช่องค์ประกอบสำคัญสุดของเนื้อเยื่อผิวหนัง แต่มีความสัมพันธ์ที่แยกกันมิได้ต่อกระบวนการเติบโตของกล้ามเนื้อ สำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต การได้รับคอลลาเจนเพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้มีการหลั่งฮอร์โมนเร่งการเติบโต และการเติบโตของกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการรักษารูปร่างให้ดูดี และต้องการเสริมสร้างมัดกล้ามเนื้อ เพื่อรูปร่างที่สวยงาม ก็ไม่ควรมองข้ามการได้รับคอลลาเจนเพิ่มเติมเช่นกัน

คอลลาเจนกับปัญหาผมหงอก
         ความสำคัญของสุขภาพเส้นผมอยู่ที่พื้นฐานของเส้นผมและการได้รับสารหล่อเลี้ยงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังศีรษะ คอลลาเจนที่อยู่ในชั้นหนังแท้เป็นแหล่งอาหารของเซลล์ในผิวชั้นบนและสิ่งที่ขึ้นอยู่กับผิวชั้นบน สิ่งที่ขึ้นอยู่กับผิวชั้นบนได้แก่เส้นผมและเล็บ ถ้าคอลลาเจนมีไม่เพียงพอเส้นผมก็จะแห้งและแตกปลาย เล็บก็จะหักหรือแตกง่าย สีผมจะหมองคล้ำและด้านไม่เป็นเงา
         ตัวเส้นผมประกอบด้วยคอลลาเจนเช่นเดียวกับผิวหนัง หากตัดเส้นผมออกตามขวาง แล้วนำไปขยายในกล้องจุลทรรศน์จะพบว่าในเนื้อเส้นผมแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นในสุดเป็นชั้นไขผม ชั้นกลางเป็นคอลลาเจน ส่วนชั้นนอกสุดเป็นเกล็ดผมที่หุ้มห่อเส้นผม คอลลาเจนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมขนาดเล็กหรือใหญ่ของเส้นผม ตลอดจนระดับความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของเส้นผม เกล็ดผมชั้นนอกเป็นเนื้อเยื่อที่เปราะบางมาก เมื่อได้รับแรงเสียดสี หรือได้รับความร้อนก็จะลอกและฉีกขาด โปรตีนคอลลาเจนที่อยู่ชั้นในลงไปก็จะระคายเคืองและนำไปสู่การแยกสลาย

คอลลาเจนกับทรวงอก
         เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วว่าคอลลาเจนมีบทบาทต่อการเสริมทรวงอก เต้านมของเพศหญิง ส่วนประกอบสำคัญคือ เนื้อเยื่อยึดต่อและเนื้อเยื่อไขมัน เต้านมที่สามารถทรงรูปเป็นตัวส่วนใหญ่อาศัยการค้ำชูจากเนื้อเยื่อยึดต่อ โปรตีนคอลลาเจนกับโปรทิโอไกลแคน (protioghycan) ได้ประสานกันเข้าเป็นโครงสร้างร่างแห ก่อให้เกิดแรงกลไกในระดับหนึ่ง มีบทบาทต่อการค้ำจุนให้ส่วนนูนส่วนเว้าของร่างกายทรงรูปไว้ได้

คอลลาเจนกับการลดความอ้วน
         การลดน้ำหนักส่วนเกินของร่างกายต้องอาศัยการเผาผลาญไขมัน (กระบวนการแยกสลาย) ให้เป็นพลังงาน คอลลาเจนที่แยกตัวด้วยน้ำได้ สามารถเพิ่มขยายกระบวนการแยกสลาย และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น จึงบรรลุเป้าหมายในการลดน้ำหนักได้

ทำอย่างไรจึงจะป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนในร่างกาย ?
         จากข้อมูลข้างต้นเห็นได้ว่า คอลลาเจนมีบทบาทต่อร่างกายคนอย่างมหาศาล โดยเฉพาะมีความสำคัญต่อผิวพรรณของเพศหญิงเป็นอย่างมาก แม้ว่าสามารถเพิ่มเติมคอลลาเจนแก่ร่างกายได้ แต่เป็นที่น่าสนใจกันมากกว่าว่าทำอย่างไรจึงจะป้องกันการสูญเสียของคอลลาเจน
         การป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนในร่างกาย ประการแรกจะต้องให้ความสนใจกับการป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังวิทยาเห็นว่า ภาวะผิวหนังเสื่อมเร็วเกินกว่าวัยอันควรมีสาเหตุ 90% ขึ้นไป มาจากการได้รับแสงแดดที่แรงกล้า ประการที่สอง จะต้องให้ความสนใจกับความสมดุลในด้านโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรได้รับประทานพืชผัก ผลไม้ ประเภทที่มีคุณค่าในด้านแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น แครอท มะเขือเทศ และองุ่น เป็นต้น ถ้าหมั่นรับประทานเหล้าองุ่นแดงและชา ก็จะมีผลดีต่อการรักษาคอลลาเจนในผิวหนังได้อีกทางหนึ่ง
         สุดท้าย  อย่าลืมควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทไขมันสูง อาหารที่มีแคลอรี่สูง ไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารทอด ล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระได้ง่าย และทำให้แก่ตัวเร็วลง ถ้าสามารถงดการรับประทานอาหารประเภทนี้น้อยลง เท่ากับว่าทำให้ร่างกายได้ลดโอกาสในการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ และทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงต่อการปรากฏรอยด่างดำและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าน้อยลง
 

เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูลตราอี้ฟางถัง

 
เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูลตราอี้ฟางถัง
加入时间:2009-10-29 目前查看次数:316次

 

คุณมีอาการเช่นนี้หรือไม่

อาการระยะแรกของโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน
    ⊙ วิงเวียนศีรษะ ตาลาย มีเสียงดังในหู มองเห็นไม่ชัด หน้ามืด
    ⊙ แขนขาชา ชาบริเวณใบหน้า ลิ้นชา โดยเฉพาะมีอาการชาที่นิ้วมือ
    ⊙ รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวัน เวลานอนเรียกแล้วตื่นทันที
    ⊙ นอนไม่หลับ  รู้สึกนอนไม่เพียงพอทุกวัน
    ⊙ ปวดศีรษะครึ่งซีก ความจำเสื่อม
    ⊙ ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด น้ำลายยืด เลือดออกจมูกและทรงตัวไม่อยู่โดยไม่รู้สาเหตุ
    ⊙ คิดช้า ไม่มีเรี่ยวแรงทั้งตัว เหงื่อออกผิดปกติ ใจสั่น การตอบสนองเชื่องช้า มีพฤติกรรมที่ไร้เดียงสา

อาการระยะแรกของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
    ⊙ รู้สึกอ่อนเพลีย หรือเวลาเคร่งเครียดจะรู้สึกมีอาการเจ็บที่ด้านหลังหรือด้านซ้ายของโครงกระดูกทรวงอกอย่างเฉียงพลัน พร้อมทั้งมีเหงื่อออก หรือมีอาการร้าวไปถึงไหล่ซ้าย ท้องแขน และอาจร้าวไปที่กราม คอ
    ⊙ ขณะทำงานออกแรงทางกาย มีอาการใจสั่น หายใจสั้น เพลียและหายใจเข้าออกลำบาก
    ⊙ ขณะทานอิ่มหรืออากาศหนาวเย็นรู้สึกใจสั่น จุกแน่นหน้าอก หรือเจ็บบริเวณหน้าอกอยู่ลึก ๆ 
    ⊙ เวลานอนหลับรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก
    ⊙ ชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ เร็วไปบ้างหรือช้าไปบ้างบ่อย
    ⊙ เวลาขึ้นบันได รู้สึกไม่มีแรง รู้สึกแน่นหน้าอก ใจสั่น หรือใจเต้นง่ายกว่าคนอื่น 
    ⊙ ปวดไหล่ด้านซ้ายมาเป็นเวลานาน

       ถ้าท่านมีอาการดังกล่าวข้างต้นเพียง 2-3 อาการ แสดงว่าท่านมีโอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจโคโรนารี อาการหัวใจปวดร้าว หลอดเลือดหัวใจอุดตัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หลอดเลือดสมองอุดตัน ภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน เลือดคั่งในสมอง ภาวะสมองฝ่อ ช็อคเฉียบพลันอันเนื่องจากหลอดเลือดสมองขาดเลือดชั่วคราว ฯลฯ จึงควรที่จะป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ

การค้นพบครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์

       การค้นพบเพนนิซิลลิน ครั้งยิ่งใหญ่ ในปี 1927 ถือเป็นการปฏิวัติครั้งแรกของประวัติวิทยาการด้านยาของโลก การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่มนุษย์ต้องล้มตายกันจำนวนมากจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้มนุษย์มีอายุขัยยืนยาวขึ้น 30 ปีโดยเฉลี่ย ต่อมาจากความก้าวหน้าของสังคมและการพัฒนาของวิทยาศาสตร์ ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น โรคใหม่เข้ามาแทนที่ โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้กลายมาเป็นเพชฌฆาตที่คร่าชีวิตมนุษย์เป็นอันดับหนึ่งของโรคทั้งหมด สาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองมาจากความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึมของไขมันในกระแสเลือด และภาวะเลือดมีความหนืดสูง การค้นพบสตาติน (statin) ในเวลาต่อมา สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหายากนี้ได้ และถือว่าเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้นการค้นพบสตาตินส์จึงถูกยกย่องว่าเป็นการปฏิวัติครั้งที่สองของประวัติวิทยาการด้านยาโลก
       ในปี 1979 ศาสตราจารย์ Endo จากญี่ปุ่น ได้ทำการทดลอง และประสบความสำเร็จในการแยกสารที่มีศักยภาพในการยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในร่างกายออกจากผลที่ได้มาจากการหมักของจุลินทรีย์โมแนสคัส (Monascus Rubber) โดยตั้งชื่อว่า “Monacolin K” จากผลการค้นพบดังกล่าวปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถแยกสารสังเคราะห์สตาตินออกมาจากผลที่ได้มาจากการหมักของจุลินทรีย์โมแนสคัสได้ราว 11 ชนิดแล้ว การค้นพบสารสังเคราะห์สตาตินเป็นที่สนใจของชาวโลกในทุกวันนี้
       จากการค้นคว้าและวิจัยทางคลินิกในวงการแพทย์เป็นเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ในปี 1987 องค์การ FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ใช้ชื่อ “Monacolin K” เป็นชื่อยานำออกสู่ตลาด ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติในด้านการขจัดคอเลสเตอรอลที่วิเศษมากของตัวยานี้ วงการแพทย์ของประเทศต่าง ๆ จึงนิยมนำไปใช้ในการรักษาโรคที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ป้องกันภาวะผนังหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหัวใจโคโรนารี และโรคหลอดเลือดสมอง โดยถูกจัดเป็นยาอันดับหนึ่งในการเลือกใช้ จึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ยาที่มีประวัติการจำหน่ายติดอันดับสองของโลก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ยาสตาตินที่มาจากการสังเคราะห์ทางเคมี มีผลกระทบต่อไตในระดับหนึ่ง ไม่เหมาะแก่การรับประทานในระยะยาว ยาจำพวกสตาตินจากธรรมชาติจึงกลายเป็นยาที่อยู่ในความต้องการของวงการและผู้ใช้ ดังนั้น โมแนสคัส (Monascus, อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Red yeast rice จีนเรียกว่า “หงฉวี่”) จากธรรมชาติของจีนที่มีมาแต่โบราณกาล จึงกลายเป็นจุดสนใจของวงการ ในวงการแพทย์สากลเรียก สตาตินจากธรรมชาตินี้ว่า “Chinese Red yeast rice” เรดยีสต์ไรซ์จีนที่มีมาแต่โบราณ ทุกวันนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของมวลมนุษย์ จึงดูมีบทบาทและพลังมากยิ่งกว่ายุคใด ๆ ที่ผ่านมา

ผลิตภัณฑ์ที่ควรค่าแก่การแนะนำมากที่สุด – เรดยีสต์ไรซ์แคปซูล
        เรดยีสต์ไรซ์มีชื่อภาษาละตินว่า“โมแนสคัส” (Monascus)
ผลิตภัณฑ์ เรดยีสต์ไรซ์ อี้ฟางถัง เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและสมองรุ่นใหม่ คิดค้นพัฒนาโดยบริษัท ไชน่า ซันเซิง คอมโมดิตี้ จำกัด ตั้งแต่ออกสู่ตลาดเป็นต้นมา ผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการและผู้บริโภคพร้อมกับเสียงแสดงความชื่นชอบชมเชยสะท้อนกลับมาอย่างกว้างขวาง รวมทั้งได้รับข่าวเกี่ยวกับสุขภาพฟื้นฟูดีขึ้นหลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ส่งกลับมามิได้ขาด จากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทกำลังมุ่งจัดทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์เรดยีสต์ไรซ์อื่น ๆ ที่มีสรรพคุณในเชิงบำบัด โดยมีแนวทางที่จะดำเนินการผลิตตามชนิดของผลิตภัณฑ์ในเชิงลึก ดำเนินงานด้านการตลาดในเชิงกว้าง และดำเนินงานด้านบริการในเชิงหลากหลาย โดยให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการในด้านสุขภาพของประชาชนในประเทศต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
        ผลิตภัณฑ์เรดยีสต์ไรซ์ ที่มีสรรพคุณในเชิงบำบัด ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้มีภาวะทางหลอดเลือดหัวใจและสมองจำนวนมากมายในประเทศจีนหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานของโรคภัยไข้เจ็บ ยังช่วยให้หัวใจจำนวนมากมายย้อนกลับสู่สภาพเยาว์วัย ช่วยให้ชีวิตจำนวนมากมายก้าวพ้นจากเส้นมรณะ และกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเดิม ด้วยสรรพคุณที่สามารถพิสูจน์ได้ ผลิตภัณฑ์โมนาสกัส จึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ในประเทศต่าง ๆ ดังเสียงสะท้อนกลับมาอย่างกว้างขวางดังนี้
        ศจ. Endo จากญี่ปุ่น บิดาแห่งโมแนสคัสโลก ให้การรับรองแก่ผลิตภัณฑ์ฯ ประมุขแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รับประทานผลิตภัณฑ์นี้เป็นประจำ  บริษัท NC ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 500 บริษัทอันดับแรกของโลกได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์นี้จากบริษัท เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผสมของผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรวม 48 ชนิด เพื่อนำออกจำหน่ายในยุโรปและสหรัฐฯ นอกจากนี้บริษัทยังจะดำเนินโครงการร่วมมือระยะยาวร่วมกับบริษัท JV ของประเทศรัสเซีย กลุ่มบริษัท G-9 ของจีน บริษัทในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนบริษัทในยุโรปอเมริกาต่าง ๆ เป็นลำดับ ในปี 2008 บริษัทได้ตกลงทำสัญญาเป็นผู้สนองวัตถุดิบให้กับบริษัท AVON ของสหรัฐฯ อันเป็นบริษัท 500 อันดับแรกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาต่อเนื่องจากสัญญาเดิม
        ผลิตภัณฑ์ เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูล เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยในด้านปกป้องหลอดเลือดหัวใจและสมอง รุ่นที่ 1 ของบริษัท ส่วนประกอบสำคัญอุดมด้วยสตาตินธรรมชาติที่สกัดจาก เรดยีสต์ไรซ์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำปฏิกิริยาต่อระบบทำงานของร่างกาย ประกอบกับสารสกัดจากสมุนไพรจีนตันเซิน เจี๋ยหมิงจื่อ ซันจา และอื่น ๆ ด้วยสูตรผสมตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยผ่านกระบวนการผลิตที่ละเอียดได้คุณภาพตามมาตรฐาน

รายงานผลการทดลองทางคลินิกหลังจากรับประทานเรดยีสต์ไรซ์
        จากผลการวิเคราะห์ติดตามทางคลินิกกับผู้ป่วยโรคหัวใจโคโรนารี จำนวน 4,870 คน เป็นเวลา 3 ปี โดยเฉลี่ย ในสถานที่พยาบาล 66 แห่ง ในมณฑลและเมืองรวม 19 แห่ง ซึ่งเป็นโครงการจัดขึ้นโดยสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งประเทศจีน ร่วมกับโรงพยาบาลฝู่ว่าย ปักกิ่ง และโรงพยาบาลเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจอีกหลายแห่ง แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับประทาน เรดยีสต์ไรซ์ มีอัตราการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันขั้นไม่ถึงชีวิต และขั้นถึงชีวิต และอัตราการเสียชีวิตโดยรวมลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด มีความแตกต่างกับผลการทดลองของกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการทดลองเปรียบเทียบอีกกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน ผลการทดลองยืนยันว่าความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันลดลง 45% ความเสี่ยงของการเสียชีวิตลดลง 33% มีผลดีต่อผู้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองในอัตราสูงถึง 98.6%

รายงานผลการวัดระดับน้ำตาลในเลือดจากผู้รับการทดลองที่ได้รับ เรดยีสต์ไรซ์

ผลการรับประทาน
    4 สัปดาห์
: ใน 3 วันแรกผู้มีอาหารท้องผูกมีสภาพดีขึ้นมาก อาการวิงเวียนศีรษะ เสียงดังในหู ใจสั่น หายใจหอบ อ่อนเพลียง่าย และชอบหลงลืมบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกโล่งหน้าอก สดชื่น มีเรี่ยวแรง กระปรี้กระเปร่า เจริญอาหาร ความจำดี คนอ้วนน้ำหลักลดลงอย่างเห็นได้ชัด ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 
    8 สัปดาห์ : ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างต่อเนื่อง แขนขาเป็นอัมพาตเนื่องจากภาวะหลอดเลือดสมองอุดตัน กลับมามีความรู้สึกเป็นลำดับ อาการที่ตามมาหลังจากเป็นลมเฉียบพลันดีขึ้นค่อนข้างมาก หัวใจมีอาการปวดร้าวน้อยลงอย่างชัดเจน ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงมีสภาพดีขึ้น ความเสี่ยงจากการเสียชีวิตกะทันหันเนื่องจากหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันลดน้อยลงอย่างมาก 
    12 สัปดาห์ : การทำงานในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเกือบเข้าสู่สภาพปกติ แขนขาเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว ขึ้นบันไดได้สบาย ความดันเลือดมีความคงตัว ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ ระดับความหนืดของเลือดลดลง ออกซิเจนในหลอดเลือดปกติ ผู้เป็นเบาหวานสามารถลดปริมาณยาลงอย่างเห็นได้ชัด มีภูมิต้านทานโรคดีขึ้น อัตราการเจ็บป่วยลดลง ป้องกันโรคหลอดเลือดทางหัวใจและสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สภาพร่างกายทั่วไปแข็งแรงขึ้น ดูอ่อนเยาว์
     การรับประทานในระยะยาว (อาจลดปริมาณลงได้ตามความเหมาะสม) : ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามีภูมิต้านทานโรคดีขึ้นเจ็บไข้ได้ป่วยน้อยลงป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมืประสิทธิภาพย้อนสู่สภาพร่างกายที่อ่อนวัย

เรดยีสต์ไรซ์เหมาะสำหรับ: ผู้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
    - เป็นโรคหัวใจโคโรนารี มีอาการปวดร้าวหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะความดันเลือดสูง ระดับไขมันในหลอดเลือดสูง และความหนืดของเลือดสูง
    ผู้เป็นโรคหลอดเลือดสมอง
    - มีภาวะหลอดเลือดสมองอุดตัน มีภาวะเกี่ยวกับระบบเมตาบอลิซึมของหลอดเลือดสมอง เลือดคั่งในสมอง สมองฝ่อ อาการหลังเกิดอาการช็อคเฉียบพลัน เช่น เป็นอัมพฤกษ์ ชาตามแขนขา พูดไม่ได้ อาการไร้เดียงสาจากการได้รับบาดเจ็บทางหลอดเลือด แขนขาชาครึ่งซีก แขนขาไม่มีแรง การมองเห็นเลอะเลือน
    โรคชรา
    - เป็นโรคอัลไซเมอร์ระยะแรก โรคพาร์คินสันระยะแรก โรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนที่ตามมา
    อื่น ๆ 
    - ผู้มีอาหารท้องผูกเป็นเวลานาน (ช่วยแก้ไขอาการท้องผูกให้หายขาดด้วยการเสริมสร้างการไหลเวียนของเลือด) ผู้มีน้ำหนักเกิน ผู้มีภาวะขาดออกซิเจนเนื่องจากนั่งอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผู้ต้องการรักษาสุขภาพและมีผิวพรรณที่สวยงาม รวมทั้งผู้ที่ตกอยู่ในภาวะ “กึ่งแข็งแรง” มาเป็นเวลานาน

การเปรียบเทียบ โมนาสกัสจีนกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน 
    สตาตินจากยาแผนปัจจุบัน: มีสรรพคุณคงที่ ได้ผลเร็ว แต่มีผลข้างเคียงสูง ไม่อาจรับประทานระยะยาว ต้องรับประทานพร้อมกับยาประเภทปกป้องตับ 
    ยาจีนสำเร็จรูป: มีสรรพคุณคงที่ ได้ผลช้า ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองโดยส่วนใหญ่ได้ 
    เรดยีสต์ไรซ์: ได้จากพืชพรรณธรรมชาติ ไม่มีพิษ ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง รับประทานในระยะยาวได้ ประกอบด้วยสารที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ Monacolin K แบบธรรมชาติ ไม่เพิ่มภาระให้แก่ตับ และทำปฏิกิริยาโดยตรงกับของเสียในหลอดเลือดของร่างกายได้

ความรู้สึกต่อผลิตภัณฑ์ โมนาสกัสของมิตรชาวต่างชาติ

มร.เจฟฟรี่ ประธานบริษัท NCจากสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นว่า
    “เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูล คุณภาพดี เชื่อถือได้ จากการทดลองทางคลินิกพบว่า การรับประทานในระยะยาวมีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง สามารถป้องกันผลการทำลายต่อตับของยากลุ่มสตาตินอย่างได้ผล”
มร.จอห์น แฮร์ริส ประธานกลุ่มบริษัท G- 9แห่งเอเชียกลาง กล่าวว่า
    “เพื่อนชาวจีนได้มอบของขวัญที่มีค่ายิ่งให้แก่ผมชิ้นหนึ่ง นั่นคือ เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูล ช่างวิเศษมาก มันทำให้ผมหลุดพ้นจากการต้องเฝ้าระวังรับประทานยาลดความดันในระยะยาวที่น่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง”
มร.อีวานอฟ ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทJVของรัสเซียกล่าวว่า
    “เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูล มีผลต่อการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองจริง นับว่าเป็นข่าวที่น่ายินดียิ่งสำหรับชาวรัสเซียที่สุขภาพมีปัญหาเรื่องโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองจำนวนมาก”
     ภาวะหลอดเลือดอุดตันอันเกิดจากปัจจัยที่ภาวะความดันโลหิตสูง มีผลต่อการทำลายผิวหนังหลอดเลือดภายใน ทำให้หลอดเลือดเสื่อมลง และปัจจัยจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นต้นตอสำคัญ 2ประการที่ทำให้เกิดปัญหาหลอดเลือดสมองอุดตันและการเกิดโรคหัวใจโคโรนารี่
     ภาวะความดันโลหิตสูงทำให้เลือดมีความหนืดเพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้กระแสเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้หลอดเลือดอุดตัน ปัญหาผิวผนังหลอดเลือดภายในเสียหายและเสื่อมลง ซึ่งจะทำให้ไขมันตกตะกอนเร็วขึ้น ก่อให้เกิดการรวมตัวเป็นคราบแข็งที่หลอดเลือดแดง เป็นเหตุให้หลอดเลือดมีลักษณะแข็ง ตีบ และเปราะ สุดท้ายนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดอุดตัน
     ผลิตภัณฑ์ เรดยีสต์ไรซ์ ได้จากการผสมผสานของสตาตินธรรมชาติกับสมุนไพรจีนแบบดั้งเดิม สตาตินมีบทบาทในการปรับความสมดุลของไขมันในเลือดตั้งแต่ที่ตับอันเป็นแหล่งกำเนิดของไขมัน ชะล้างให้เลือดสะอาด แยกสลายคอเลสเตอรอลที่เกาะจับทำให้อุดตัน รวมทั้งขจัดคราบแข็งที่อยู่ในหลอดเลือดแดง
     เมื่อเรดยีสต์ไรซ์แก้ไข 2 ปัญหาที่เป็นต้นตอของการก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันและโรคหัวใจโคโรนารี่ได้แล้ว ร่างกายของท่านก็จะฟื้นคืนสู่สภาพแข็งแรงและลดความเสี่ยงจากสองโรคร้ายแรงดังกล่าวได้
จุดเด่น 3 ประการที่ส่งเสริมให้ เรดยีสต์ไรซ์ แคปซูล อี้ฟางถัง อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก 
        บริษัท ไชน่า หนิงโป ซันเซิง คอมโมดิตี้ จำกัด มุ่งมั่นในการสืบสานและเผยแพร่แก่นสารของตำรับยาจีนตามแบบฉบับดั้งเดิมของประชาชาติจีน และมุ่งมั่นในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น บริษัทได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันมาช่วยในการค้นคว้าและสร้างนวัตกรรมใหม่ ตลอดทั้งกระบวนการผลิต โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเชื้อจุลินทรีย์ วิธีเพาะเชื้อ การควบคุมอุณหภูมิและระดับความเป็นกรดด่าง จนถึงกรรมวิธีในการหมัก โดยผ่านอุปสรรคในการค้นหาคำตอบจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมาย และการทดลองนับพันนับหมื่นครั้ง จนบรรลุผลสำเร็จในที่สุด ทำให้ผลิตภัณฑ์ เรดยีสต์ไรซ์ อี้ฟางถัง เพียบพร้อมด้วยจุดเด่น 3 ประการ ที่ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกได้
ผลิตภัณฑ์โมแนสคัสดั้งเดิมต้องเผชิญกับปัญหาที่แก้ยาก ดังนี้ :
        1. โดยที่ราโมแนสคัสเจริญเติบโตมากับต้นข้าว ในกระบวนการขยายเชื้อที่มีการปล่อย สตาตินธรรมชาติออกมา จะเจือปนมากับการเกิดเชื้อราซีตรินิน (citrinin) ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายคน
        2. ปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณ “สตาตินธรรมชาติ” ที่มีอยู่ในโมแนสคัสได้
        3. ปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมคุณสมบัติการออกฤทธิ์และเสถียรภาพของสตาตินส์ธรรมชาติได้

จุดแข็ง 3 ประการที่เกื้อหนุนให้ผลิตภัณฑ์ เรดยีสไรซ์ แคปซูล อี้ฟางถัง ขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลก
        1. กรรมวิธีขยายเชื้อที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มีลักษณะพิเศษของตัวเอง สามารถควบคุมการเกิดเชื้อราซิตรินินที่มีอันตรายอย่างได้ผล จากการทดสอบขององค์กรที่ยอมรับกันทั่วไปพบว่า ปริมาณซิตรินินในโมแนสคัสที่มีสมบัติออกฤทธิ์ของอี้ฟางถัง เท่ากับ 0 หรือไม่พบเชื้อราซิตรินินนั่นเอง
        2. ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เรดยีสต์ไรซ์ทั่วไปในตลาดโลก มีค่าปริมาณสตาตินธรรมชาติสูงสุดที่ 16% โดยทั่วไปจะคงตัวที่ 5% - 10% แต่เรดยีสต์ไรซ์อี้ฟางถัง จะมีปริมาณสตาตินธรรมชาติสูงสุดคงตัวอยู่ที่ 30%
        3. สตาตินธรรมชาติในเรดยีสต์ไรซ์ที่มีสมบัติออกฤทธิ์ทั่วไปล้วนเป็นโครงสร้างแบบ ( closed - lactone - type ) ซึ่งไม่มีสมบัติออกฤทธิ์ในตัวของมันเอง ต้องอาศัยการทำปฏิกิริยาของเอสเตอเรส (เอนไซม์ชนิดหนึ่ง) ที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง เปลี่ยนให้เป็นสูตรโครงสร้างแบบโซ่ยาว (open - loop – carboxylic) โดยผ่านกระบวนการไฮโดรลิซิส จึงจะมีผลต่อร่างกาย เนื่องจากเอสเตอเรสในร่างกายมีปริมาณแตกต่างกับสารที่ออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพในการบำบัดจึงมีความแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในของแต่ละคน สตาตินธรรมชาติที่มีอยู่ในเรดยีสต์ไรซ์ที่มีสมบัติออกฤทธิ์ของอี้ฟางถัง เป็นสูตรโครงสร้างแบบโซ่ยาว (open - loop – carboxylic) โดยตรงอยู่แล้ว จึงสามารถทำปฏิกิริยาเคมีต่อร่างกายโดยตรงได้ ดังนั้นจึงมีผลในการออกฤทธิ์สูงและมีความคงตัวที่ดีต่อร่างกาย